พระพุทธศิลป์สมัยเชียงแสน หรือที่เรียกกันเป็นสามัญว่า
พระเชียงแสนนี้ สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ โดยฝีมือสกุลช่างทางเชียงใหม่
เป็นพระพุทธรูปประจำเมืองสร้างขึ้นเป็นพุทธานุสรณ์ มี ๓ สมัย คือ สิงห์หนึ่ง
สิงห์สอง และสิงห์สาม อันลือชื่อนั่นเอง
ดังเป็นที่ทราบกันดีบ้างแล้วว่า
ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับศิลปะสมัยเชียงแสน ได้รับอิทธิพลจากพม่า ผ่านทางเชียงใหม่
ดังนั้นจึงหาใช่ศิลปะของเชียงแสนอย่างแท้จริงไม่
![]() |
| พระเจ้าล้านตื้อที่เชียงแสนพุทธลักษณะแบบสิงห์หนึ่ง ภาพจากเว็บ oer.kku.ac.th |
ทั้งนี้ศิลปะเชียงแสนย่อมมาก่อนเชียงใหม่ซึ่งเป็นเมืองใหม่กว่า ซึ่งเชียงใหม่เป็นเมืองที่พระเจ้าเม็งรายมหาราชร่วมกับพญางำเมืองเจ้าเมืองพูกามยาวหรือพะเยาสร้างขึ้น แรก ๆ จะเป็นศิลปะแกะสลักศิลาคือยังไม่รู้จักการหล่อหลอมโลหะ ดังนั้น พระพุทธรูปแบบที่เราเรียกว่า พุทธศิลป์สมัยเชียงแสนนั้นก็คือศิลปะเชียงใหม่นั่นเอง
หรืออาจว่าได้อีกอย่างหนึ่งว่า ศิลปะเชียงแสนฝีมือสกุลช่างเชียงใหม่
พุทธลักษณะ สิงห์หนึ่ง สิงห์สอง
และสิงห์สาม หรือพระเชียงแสนนี้ ดังที่เรารู้กันแล้วว่า
สิงห์หนึ่งและสิงห์สองหรือพระเชียงแสนยุคตั้นนั้น มีพระเกศเป็นลักษณะบัวตูม
พระศกขมวดเป็นก้นหอยชัดเจน สังฆาฎิอยู่เหนือราวนมปลายเป็นแฉกคล้ายเขี้ยวตะขาบ (สิงห์สองจะเลยราวนมมาเล็กน้อย) ลักษณะปางมารวิชัย หรือปางสะดุ้งมาร ประทับนั่งอยู่บนฐานบัวคว่ำบัวหงาย
เกสรเป็นเส้นริ้วยาวสูง
ข้อแตกต่างระหว่างสิงห์หนึ่ง
สิงห์สอง ก็คือ สิงห์สองพระเนตรเบิกกว้าง
และฐานบัวคว่ำบัวหงายไม่ประณีตเท่ากับสิงห์หนึ่ง ส่วนสิงห์สามนั้น
พุทธลักษณะเหมือนกับสิงห์หนึ่ง สิงห์สองแทบทุกประการ ยกเว้นพระเกศส่วนบนมีลักษณะเป็นเปลวเพลิงสังฆาฎิยาวจรดนาภี
และประทับนั่งขัดสมาธิราบ
เรื่องจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ขอขอบคุณมาณ.ที่นี้ (เพิ่มเติมข้อมูลโดยผู้เขียน กฤษฎา ปาลีเรียม)
